เกิดเหตุเศร้า เมื่อพ่อชาวจีนถูกทับร่างจนเสียชีวิต

             มีรายงานข่าวเรื่องราวที่ชวนน่าสลดในประเทศจีน ซึ่งข่าวนี้หากใครที่ได้ฟังจะรู้ซึ้งถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของพ่อที่มีต่อลูกอย่างมากเลยทีเดียวโดยมีเหตุกาณณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2563  เมื่อที่มณฑล  เสฉวน ได้มีครอบครัวหนึ่งมีปัญหาทะเลาะและไม่เข้าใจกันและด้วยความน้อยใจ ลูกสาววัย 15 ปีจึงได้คิดสั้นตัดสินใจกระโดดตึก 25 ชั้นเพื่อฆ่าตัวตาย โดยตามข่าวมีการระบุว่า เด็กสาววัย 15 ปี ทะเลาะกับพ่อของเธอด้วยเรื่องที่เธอไม่อยากเรียนวิชาเปียโน 

ซึ่งเป็นการเรียนพิเศษที่พ่อของเธอบังคับให้เธอเรียน แต่เธอนั้นไม่อยากเรียน เหตุการณ์คงไม่รุนแรงหากเด็กสาวเพียงแค่แสดงอาการไม่พอใจเท่านั้น แต่เธอกลับทำสิ่งที่เลวร้ายลงไปด้วยการแอบขึ้นไปที่ชั้นดาดฟ้า หวังกระโดดลงมาตาย ซึ่งอาคารดังกล่าวนั้นสูงถึง 25 ชั้นและเมื่อพ่อของเธอรู้เรื่องว่า ลูกสาวขึ้นไปชั้น25 เพื่อจะกระโดยลงมาก็ได้ออกมาพูดคุยหวังปลอบให้ลูกสาวใจเย็นลง

และลงมาคุยกันด้วยดี แต่เหมือนตัวลูกสาวคงจะสติหลุดไปแล้วเพราะเธอไม่ฟังอะไรเลย ดังนั้นในช่วงเวลา 10.30 น. เธอจึงได้ตัดสินใจทิ้งร่างของตัวเองลอยจากชั้น  25  ลงมาที่ชั้นหนึ่ง ซึ่งพ่อของเธอก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย และด้วยความที่รักลูกสาวมาก เขาได้วิ่งเข้าไปเพื่อที่จะรับร่างของลูกสาว โดยหวังว่าเขาจะสามารถรับลูกสาวได้และเธอจะต้องปลอดภัย

แต่สุดท้ายเรื่องราวก็ไม่เป็นแบบนั้น ไม่มีปาฏิหาริย์เหมือนในหนังที่เราจะสามารถรับร่างของคนที่ตกมาจากที่สูงให้ปลอดภัยได้หากไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือที่ดี ดังนั้นเมื่อร่างของหญิงสาววัย 15 ปีร่วงลงมาใส่ร่างของพ่อของเธอ ด้วยแรงดึงดูดของโลกทำให้ร่างของเด็กสาวทับร่างพ่อของเธอ และส่งผลให้ทั้งเธอและพ่อของเธอนั้น เสียชีวิตทันที 

และจากคำบอกเล่าของคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ตอนที่เด็กสาววัย 15 ปีร่วงลงมาทุกคนพยายามตะโกนให้ชายคนดังกล่าวหลบเพื่อความปลอดภัย แต่ด้วยความรักลูก เขาไม่หลบ แต่กลับอ้าแขนเพื่อจะรับเอาตัวลูกสาวไว้ให้ได้ แต่ท้ายที่สุดก็ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ใครเห็นต่างก็สลดใจเกิดขึ้นนั่นเอง 

       สำหรับปัญหาในครอบครัวนับว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก คนเป็นพ่อแม่ ควรจะต้องค่อยๆพูดกับลูกดีๆเพื่อหาทางออกร่วมกัน จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์น่าสลดใจอย่างนี้

 

สนับสนุนโดย  หาเงินจากหวยหุ้น

วัคซีนในการป้องกัน

วัคซีนที่เราต้องฉีดมาตั้งแต่เด็กเป็นการป้องกันเชื้อที่จะเกิดขึ้นเมื่อเราโตขึ้นและเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเป็นภูมิคุ้มกันเพื่อที่จะได้แข็งแรงและเป็นเรื่องที่ทำให้เราเกิดประโยชน์แก่ตัวเรานั่นเอง   

     และการที่เราฉีดวัคซีนเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเป็นภูมิคุ้มกันเพราะว่าเป็นเรื่องที่จะทำให้เราจะไม่เกิดเป็นโรคต่าง และเป็นเรื่องที่เด็กต้องเจอกับการต้องฉีดเพื่อที่จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันแต่ว่าเป็นเรื่องที่เราต้องเจอคือว่าเราต้องเจอกับอาการที่ลูกน้อยของเราต้องเจอเกี่ยวกับอาการงอแง และทำให้รู้สึกว่าต้องเจอกับการที่ต้องรับมือเพื่อที่จะเป็นการรับมือ เพื่อที่จะเป็นการที่เราต้องรับมือเพื่อที่จะเป็นการที่เราต้องดูแลลูกน้อยเพื่อที่จะไม่ให้ลูกน้อยของเราต้องเจอเกี่ยวกับอาการของการตัวร้อน   

     และเมื่อลูกน้อยเกี่ยวกับการที่ร้องไห้และงอแง เราต้องเจอเกี่ยวกับการที่ต้องร้องไห้งอแงอ้อนเรา เพราะว่าเราต้องมีการรับมือเพื่อที่จะให้ลูกน้อยของเรางอแง  และเราต้องมีวิธีในการอุ้มเพื่อที่จะช่วยให้เขามาไม่ให้อ้อนหรือว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการร้องไห้  เพียงแค่เราต้องการที่จะเป็นโอ๋เพื่อที่จะเอาใจ  และก็พยายามเพื่อที่จะให้ไม่ให้เราเกิดอาการตกใจ และก็เพื่อที่จะเป็นการเอาใจ และเราต้องยอมรับเพื่อที่จะเป็นเรื่องของการที่เราต้องใจเย็น เพื่อที่จะเป็นการรับมือ  

      และการที่เราต้องเจอสถานการณ์แบบนี้ไปจนเป็นเรื่องจนกว่าลูกน้อยของเราจะโต เพราะว่าเราต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอาการร้องไห้  หรือว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงอแง วิธีในการรับมือคือการที่เราต้องเข้าว่าอาการที่ลูกของเราต้องเจอเกี่ยวกับการอาการที่ต้องปวดและเป็นไข้  และการที่เราต้องคอยในเรื่องของการเป็นการเช็ดตัวและกินยา   เพื่อที่จะช่วยในเรื่องให้อาการปวดช่วยในเรื่องของการบรรเทาอาการ  เพราะว่าการจะได้ลดอาการปวดและเมื่อเราสามารถที่จะช่วยได้เพราะว่าการที่เราลดอาการเกี่ยวกับการเป็นไข้เราก็ควรที่จะทำให้เด็กรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอาการ

     และจะเป็นเรื่องการที่เราต้องรับมือเพื่อที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการที่เราเป็นไข้ เพราะว่าอาการที่เราต้องเจอไม่ว่าจะเป็นอาการที่เกี่ยวกับการตัวร้อนเป็นไข้   หรือว่าแต่จะเป็นอาการที่จะต้องเจอคือการที่เราต้องรับมือเกี่ยวกับการงอแง ลูกของเราอ้อน ในเวลาทุกครั้งที่เห็นหน้าเราหรือว่าเวลาที่เขาตื่นนั่นเอง และจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการที่เราต้องพยายามเพื่อที่จะทำตามใจโอ๋เขาเมื่อเวลาที่เขารู้สึกได้ว่าเป็นอาการเจ็บปวด 

   ดังนั้นเป็นเรื่องที่เราที่เราต้องเจอและก็รับมือเกี่ยวกับอาการที่ของเด็กแต่ละคนนั่นเอง  เพื่อที่จะได้ไม่งอแงมากและเราต้องเข้าใจลูกน้อยเกี่ยวกับอาการปวดด้วยนั่นเองและเราต้องระวังเพื่อที่จะไม่ให้โดนในตอนที่ลูกรู้สึกว่ามีอาการปวด

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หาเงินจากหวยหุ้น