วิธีการแก้ส้นเท้าที่แตกให้กลับมานุ่มอีกครั้ง

ใครที่กำลังมีปัญหาอยู่กับเรื่องของส้นเท้าแตกมาก ในวันนี้เรามาบอกวิธีในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับส้นเท้าแตก เพราะว่าหลายๆคนอาจจะเจอกับอาการที่เวลานอนแล้วส้นเท้า ที่แตกจะต้องมาเกี่ยวกับผ้าห่มทำให้เรารู้สึกเจ็บ หรือว่าเวลาที่เราจะใส่รองเท้าส้นสูง หรือว่าเป็นรองเท้าสวมธรรมดา ก็ทำให้เรารู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเพราะว่าส้นเท้า เราแตกในวันนี้เราก็เลยมาบอกลาเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาส้นเท้าที่แตกให้หมดไปด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • น้ำอุ่น+หินขัดเท้า  เริ่มจากการที่เราเอาน้ำอุ่นมาใส่กะละมังที่เตรียมไว้จากนั้นเราก็นำเท้าของเราในน้ำอุ่น ซักประมาณ 10-15 นาที เมื่อ คบแล้วให้เรานำหินขัดเท้าที่เราเตรียมไว้มาขัดที่บริเวณส้นเท้าที่แตก โดยเป็นการขัดไปเบาๆเพื่อที่จะให้เซลล์ที่ตายแล้วหลุดออกไปขัดไปเรื่อยๆจนรู้สึกได้ว่าเซลล์ที่ตายแล้วหลุดออกจากนั้นเราก็ทำการเช็ดล้างทำความสะอาดเท้าของเราให้แห้ง โดยเป็นการทาครีมบำรุงบริเวณส้นเท้าที่แตกและเราควรที่จะทำอย่างนี้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งอาการส้นเท้าที่แตกก็จะหายไป
  • น้ำสบู่+น้ำมะนาว+วาสลีน  เริ่มจากการที่เรานำน้ำอุ่นมาผสมกับสบู่เหลวจากนั้นก็ตีให้เกิดฟองสบู่แล้วก็นำเท้าของเราไปแช่เอาไว้ซัก 15 นาที เมื่อเราครบกำหนดที่แช่แล้วให้เราล้างด้วยน้ำสะอาดจากนั้นก็นำวาสลีนมา 1 ช้อนโต๊ะนำมาผสมกับน้ำมะนาว 1 ลูกจากนั้นก็ทำการถูบริเวณส้นเท้าที่แตกเพื่อให้ส่วนผสมต่างๆเข้าไปในผิวหนังให้เราทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งเราก็จะได้ส้นเท้าที่เนียนนุ่มเหมือนเท้าเด็ก
  • น้ำมะนาว+น้ำมันมะกอก+เกลือ   โดยสูตรนี้จะเป็นสูตรเพื่อที่จะให้ส้นเท้ากลับมาเรียบเนียน โดยที่เรานำส่วนผสมของน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะจากนั้นก็ให้เติมน้ำมันมะกอกลงไปเล็กน้อยและก็เกลือคนผสมให้เข้ากันเมื่อเราได้ทำความสะอาดบริเวณเท้าของเรารวมถึงส้นเท้าแล้วให้เรานำส่วนผสมที่เราได้จัดเตรียมไว้ มาทำการ ขัด เช็ด ถูๆๆ เพื่อที่จะให้ส่วนผสมนั้นเข้าไปซึมซับที่ผิวหนังของเราโดยให้เราทำแบบนี้อาทิตย์ละ 3-4 ครั้งเราจะเห็นผลถึงความเรียบเนียนและส้นเท้าที่แตกหายไป
  • น้ำมันมะกอก+น้ำมันงา  โดยสูตรนี้จะเป็นการนวดขัดเพื่อให้เซลล์ของส้นเท้าที่่ตายแล้วเพื่อสมานรอยแตกให้หายไปส้นเท้ากลับมาเรียบเนียนอีกครั้งโดยเป็นการที่เราเอาน้ำมันมะกอกหรือว่าน้ำมันงาประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ เตรียมเอาไว้ จากนั้นให้เราเอาเท้าของเราไปแช่ที่น้ำอุ่นประมาณ 15 นาที เมื่อเราได้แช่เท้าเสร็จให้เราเช็ดเท้าของเราให้แห้งจากนั้นก็นำน้ำมันมะกอกหรือว่าน้ำมันงาที่เราได้จัดเตรียมเอาไว้นำมานวดถู ส้นเท้าของเราที่แตกโดยทำแบบนี้ไม่ต้องล้างออกถ้าเราทำอย่างนี้เป็นประจำซัก 2-3 อาทิตย์ก็จะเห็นถึงความแตกต่างว่าส้นเท้าที่แตกกลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์ยังไง

ห่วงใยสุขภาพในช่วง Covid19

สุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงที่มีการติดต่อของโรคระบาดอย่าง Covid19 ถือว่าเป็นโรคที่มาแรงแซงทางโค้งในยุคนี้เลยทีเดียวเพราะเกิดการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องและดูเหมือนว่าหนทางในการรักษาหรือการป้องกันด้วยวัคซีนนั้นก็ยังไม่สามารถที่จะพัฒนาและจะเกิดขึ้นนเร็ววันได้อย่างแน่นอน

ดังนั้นแลวการหันมาใส่ใจในคุรภาพให้แข็งแรงและพร้อมรับกับเชื้อโรคที่ไม่มีเพียงแต่โรคระบาดอย่างโควิด19เท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงสิ่งสกปรกมลพิษรอบตัวในยุคนี้ด้วย ซึ่งการดูแลสุขภาพนี้นั้นก็มีการให้ความรู้จากแพทย์เฉพาะทางมากมายและการดูแลที่สำคัญนั้นต้องเริ่มจากการดูแลที่ตัวเอก่อนและรวมไปถึงการดูแลคนรอบข้างด้วย

การออกกำลังกาย ถึงแม้ว่าในช่วงการเกิดโรคระบาดอาจจะต้องมีการงดไปในสถานที่สุ่มเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นสถานที่ออกกำลังกายสาธารณะ ฟิตเนสหรือยิมต่างๆก็ตาม แต่การออกกำลังกายนั้นสามารถที่จะออกได้ทีบ้านด้วยการออกกำลังกายง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการโยคะ ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยให้ร่างกายของเรานั้นแข็งแรงและยังทำให้เรานั้นมีสมาธิด้วย

การรับประทานอาหารเสริม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แพทย์นั้นแนะนำมาเพราะถึงแม้ว่าร่างกายของเรานั้นจะมีภูมิคุ้มกันหรือภูมิต้านทานอยูแล้วก็ตามแต่ก็อาจจะมีไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับโรคร้ายหรือโรคที่ระบาดในปัจจุบันได้ ดังนั้นการเลือกทานอาหารเสริมก็เป็นทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดต่อจากโรคระบาดได้

การรับประทานอาหารให้ครบ5หมู่ ก็เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายนั้นแข็งแรง เมื่อร่างกายแข็งแรงเชื้อโรคก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรเราได้

การนอนหลับพักผ่อนเพียงพอและไม่เครียดจนมากเกินไปก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญเช่นกัน เพราะการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอทำให้ร่างกายนั้นไม่เกิดความเหนื่อยล้า อ่อนเพลียทำให้ลดความเสียงในการเกิดการติดต่อและการเกิดโรคนะบาดได้

การหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ถ้าหากว่าไม่มีความจำเป็นการไม่ไปในสถานที่ที่อาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะไม่ได้รับเชื้อโรคหรือโรคระบาดแล้วนั้นก็ไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงด้วย แต่ถ้าหาจำเป็นหรือต้องไปจริงๆแล้วนั้นสิ่งที่ช่วยและลดดอกาสในการเกิดโรคนั้นก็คือการป้องกัน ด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยและไม่สัมผัสสิ่งของหรือผู้คนและหมั่นล้างมือให้สะอาดหรือฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์อยู่สม่ำเสมอ 

หลีกเลี่ยงในการเดินทางด้วยรถขนส่งสาธารณะหากไม่จำเป็นเพราะเราไม่อาจจะรู้ได้ว่าผู้คนที่ร่วมเดินทางกับเรานั้นอาจจะมีเชื้อโรคของโรคระบาดนั้นหรือไม่เพราะว่าคนส่วนใหญ่นั้นก็ต่างเดินทางไปในสถานที่ต่างๆที่แตกต่างกัน

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์ยังไง