ให้ความสำคัญกับโรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุน คือ การที่เนื้อกระดูกที่เราเคยมีตอนนี้กลับสลายไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมีความเสี่ยงที่จะกระดูกหักเนื่องจากเนื้อกระดูกบางขึ้น โดยที่จริงแล้วอาจหมายถึง การที่มีความหนาแน่นของเนื้อกระดูกลดลงหรือโปร่งบางมากขึ้น ซึ่งใช่ว่าวันนี้เนื้อกระดูกสลายแล้วจะเกิดอาการเลยทันทีเพราะอาการกว่าจะแสดงออกมานั้น ต้องมีการเกิดขึ้นเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานเป็นปี โดยไม่สามารถ สังเกตเห็นได้ หรือไม่สามารถรู้สึกได้จนกว่าจะเกิดกระดูกหัก หรือเกิดการค่อมโค้งผิดรูปของกระดูกสันหลังเนื่องจากกระดูกทรุดและตัวเตี้ยลงอย่างชัดเจน

เหตุใดจึงต้องให้ความสำคัญต่อโรคกระดูกพรุน
โรคกระดูกพรุน ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ในสังคมไทย โดยจัดเป็นปัญหาสาธารณะสุขที่สำคัญของประเทศ จากที่อัตราการเกิดกระดูกหักเนื่องจากกระดูกพรุนของผู้ป่วยในแต่ละปีมีมากขึ้น โดยในผู้หญิงจะพบความเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย โดยพบประมาณร้อยละ 50 ของผู้หญิง และร้อยละ 20 ของผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ทั้งนี้จากสถิติผู้คนเหล่านี้จะต้องปัญหาเกี่ยวกับโรคกระดูกหักที่เกี่ยวเนื่องกับกระดูกพรุน และมีความเจ็บปวดทรมานจาก
กระดูกหักบริเวณสะโพก กระดูกสันหลัง กระดูกข้อมือ แขนและขา ซึ่งมักจะเป็นผลสืบเนื่องจากการหกล้ม แต่ก็อาจเกิดจากกิจวัตรประจำวันทั่วไปได้ด้วย เนื่องจากกระดูกเปราะและหักได้ง่าย
จากข้อมูลการศึกษาพบว่า กระดูกสะโพกหักเป็นภาวะกระดูกหักที่ร้ายแรงและบั่นทอนสุขภาพทั้งร่างกาย จิตใจของผู้ป่วยเองและผู้อยู่รอบข้าง ทั้งที่
เดิมที่ผู้นั้นอาจจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง แต่กลับจะต้องเป็นผู้ที่ต้องพึ่งพาผู้อื่น หรืออย่างน้อยก็ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดินไปเป็นระยะเวลานาน และประมาณร้อยละ
50 ที่จะต้องใช้ตลอดไป โดยที่ค่าใช้จ่ายต่อการรักษาหนึ่งรายนั้นสูงมากทั้งในส่วนที่ผู้ป่วยต้องจ่ายเองและในส่วนที่ภาครัฐต้องจ่ายให้